วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดอบรม “หลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับเยาวชนไทย สู่ศูนย์อินเทอร์เน็ตสาธารณะ (USO Net)” ณ ห้องประชุมสายลม 7012 อาคาร 7 สำนักงาน กสทช. พร้อมถ่ายทอดสดไปยังศูนย์ USO Net กว่า 2,184 แห่งทั่วประเทศ พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม กล่าวเปิดกิจกรรม โดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญของศูนย์ USO Net ในการลดช่องว่างดิจิทัล ส่งต่อองค์ความรู้ด้านความมั่นคงไซเบอร์อย่างทั่วถึง และสร้างความเข้มแข็งจากระดับรากฐานของสังคมดิจิทัล ภายในกิจกรรม มีการบรรยายพิเศษโดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ในหัวข้อ “สถานการณ์ภัยไซเบอร์และสุขภาวะไซเบอร์ของประเทศไทย” ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายและความรุนแรงของภัยคุกคามที่คนไทยต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงออนไลน์ การโจมตีข้อมูลส่วนบุคคล การแฮกบัญชี ตลอดจนการเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนอกจากการรับมือกับภัยไซเบอร์ในเชิงเทคนิคแล้ว ความจำเป็นในการ ปลูกฝังวัฒนธรรมไซเบอร์ที่ปลอดภัย (Cyber Safety Culture) ให้เกิดขึ้นในทุกระดับของสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างความรู้เท่าทันดิจิทัล มีจิตสำนึกในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่เป็นผู้สร้างหรือขยายความเสี่ยงในระบบไซเบอร์ และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ในชุมชนของตนเอง เพราะความเสี่ยงทางไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือความท้าทายทางพฤติกรรม สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งจำเป็นต้องรับมือด้วย “องค์ความรู้” ควบคู่กับ “ภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์”

ในช่วงการอบรม พันตรี ปวิช บูรพาชลทิศน์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พร้อมทีมวิทยากร แนะนำ “หลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับเยาวชนไทย” ที่พัฒนาขึ้นจากแนวคิดผสมผสานทั้งทักษะด้านเทคนิค การคิดเชิงวิพากษ์ ความเข้าใจสื่อ และจริยธรรมการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ดูแลศูนย์ USO Net นำไปถ่ายทอดต่อแก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ สกมช. และ กสทช. ในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์” ให้เข้าถึงทุกพื้นที่ขอประเทศ ผ่านการเสริมศักยภาพบุคลากรด่านหน้าในชุมชน เพื่อให้สามารถรับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

